คลังเก็บหมวดหมู่: น้ำซาวข้าว

น้ำซาวข้าวล้างหน้าได้ ล้างจานได้ บำรุงมือได้ อย่าเพิ่งทิ้ง

หากจะบอกว่าการหุงข้าว เป็นกิจวัตรประจำวันอีกอย่างหนึ่งของแทบทุกบ้าน ก็คงไม่ใช่เรื่องเกินจริง

โดยขั้นตอนการหุงข้าวนั้น ก็จำเป็นจะต้องใช้น้ำมาเป็นส่วนประกอบ ทั้งในส่วนของการซาวข้าว และใส่เพื่อหุงข้าวให้สุก ก่อนที่จะนำมารับประทาน

โดยในการซาวข้าวนั้น ส่วนใหญ่พอซาวเสร็จแล้ว เราก็มักจะเทน้ำทิ้งไปจนหมด

ซึ่งก็ถือว่าน่าเสียดายอยู่ไม่น้อย เพราะความจริงแล้ว น้ำซาวข้าวยังมีประโยชน์ที่น่าสนใจซ่อนอยู่

ประโยชน์ของน้ำซาวข้าว

ใช้บำรุงรักษาผิวหน้า

โดยการใช้น้ำซาวข้าวมาล้างหน้า ทำเป็นประจำทั้งตอนเช้าและเย็น

นอกจากจะทำให้ใบหน้านุ่มเนียนขึ้นแล้ว ยังช่วยรักษาสิวได้อีกด้วย

หากนำมาสระผม

ก็ช่วยบำรุงเส้นผมให้มีสุขภาพดี นุ่มสลวยมีน้ำหนักขึ้น

และยังช่วยป้องกันอาการคันศีรษะได้ด้วย

โดยอาจนำมาใช้สระผมร่วมกับน้ำมะกรูด หรือฝักของส้มป่อยก็จะยิ่งดี

และในบางแห่ง เช่นชนเผ่าของจีน ก็ใช้วิธีนำน้ำซาวข้าวมาสระผม

เพื่อบำรุงผมให้ดำขลับ เงางาม แม้จะเข้าสู่วัยชราแล้วก็ตามอีกด้วย

สำหรับใครที่มือหยาบกระด้าง

น้ำซาวข้าวนี้ ก็สามารถใช้บำรุงมือให้เนียนนุ่ม

โดยแช่มือในน้ำซาวข้าวเป็นประจำ ครั้งละ 10-15 นาที

ช่วยป้องกันการเกิดไขมันอิ่มตัว

(ไขมันประเภทไม่ดี) ไม่ให้เกิดการอุดตันในเส้นเลือด

ใช้เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้ดี

โดยใช้น้ำซาวข้าวอุ่นๆ เติมเกลือป่นลงไปเล็กน้อย รับประทานเป็นประจำ

สามารถนำมาใช้ในการแช่ผักและผลไม้สด

เพื่อชะล้างสารเคมีที่ตกค้างอยู่ เพียงแค่นำผักหรือผลไม้ที่ต้องการล้าง

มาแช่ในน้ำซาวข้าว ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที

ใช้ในการทำความสะอาด

ถ้วย ชาม หม้อ หรือภาชนะต่างๆ ที่มีคราบไขมันเกาะอยู่ ให้ล้างออกได้ง่ายขึ้น

นำมาทำเป็นน้ำหมักชีวภาพได้

โดยการใช้น้ำซาวข้าว มาผสมรวมกับหัวเชื้อจุลินทรีย์ และกากน้ำตาล

นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีก เช่น

ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง

ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี

ช่วยร่างกายในการผลิตเม็ดเลือดแดง

ช่วยทำให้รู้สึกเจริญอาหาร รับประทานอาหารได้มากขึ้น

ใช้เป็นส่วนประกอบ หรือวัตถุดิบ ในยาสมุนไพรไทยบางชนิด

ช่วยรักษาอาการท้องเสียได้

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว เมื่อไหร่ก็ตามที่หุงข้าว

ก็อย่าลืมนำเอาน้ำซาวข้าวที่ได้ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ดีกว่าเททิ้งไปเปล่าๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย

แต่ก็ต้องบอกไว้ว่า น้ำซาวข้าวที่จะเอามาใช้กับร่างกายนั้น ควรเป็นน้ำซาวข้าว ในน้ำที่ 2 เท่านั้น

เพราะน้ำที่ซาวครั้งแรก มักจะมีสิ่งสกปรกต่างๆ ปะปนอยู่ จึงไม่ควรนำมาใช้ทันทีนั่นเอง